หนุ่ม กรรชัย ถึงกับตกใจ รู้แม่เด็ก 17 ซิ่งเก๋งชนหนุ่มดับ เป็นใคร

จากกรณี เด็กอายุ 17 ขับรถเก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งจากรายงานข่าวที่นำเสนอไปก่อนหน้านั้น ระบุวันเกิดเหตุเด็ก 17 ปี กำลังจะขับรถรับเพื่อนสนิทไปเที่ยวที่บางแสน จ.ชลบุรี โดยวันนี้ (10 ม.ค.65) ในรายการ โหนกระแส พิธีกร หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้เชิญ อัญชลี พวงมาลี แม่ผู้เสียชีวิต ,แบงค์ เอกพล กุฏีงาม พี่ชายผู้เสียชีวิต พร้อมกับ พิสิษฐ์ เลิศสินเจริญกุล ทนายความ

วันเกิดเหตุ อัญชลี แม่ของผู้เสียชีวิต เล่าว่า วันเกิดเหตุ คือ วันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา วันนั้นลูกชายออกไปซื้อยาให้คุณยายที่ดูแลอยู่ ออกไปประมาณตี 1 กว่า เพื่อซื้อ ยาธาตุเวลายายรู้สึกแน่นท้อง ผู้เป็นแม่ทราบว่าลูกชายซึ่งชื่อ เบนซ์ อายุ 29 ย่าง 30 ปี เสียชีวิตก็ตอนเช้าที่มูลนิธิติดต่อมาแจ้งว่า ลูกโดนรถชนเสียชีวิตตรงทางรถไฟ

ภาพจาก โหนกระแส

ช่วงที่ คุณแม่ เล่าว่าคนชนเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 17 ปี ไม่มีใบขับขี่ กรรชัย ได้ขออนุญาตคุณแม่สามารถเปิดคลิปวันเกิดเหตถได้หรือไม่ คุณแม่เองก็ตอบว่าได้ แต่แม่ขอไม่ดูนะ เพราะยังทำใจไม่ได้

จากคลิปเวลา คือ 01.48 น. ของวันที่ 15 ธ.ค.2564 ซึ่งในคลิปจะเห็นว่า จักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต กำลังขี่ข้ามทางรถไฟแต่ได้ถูกรถยนต์ที่วิ่งตามหลัง พุ่งเข้าชนท้ายอย่างแรง

หลังเกิดเหตุ คู่กรณีนัดขอเจรจา ตอนจัดงานศพมาแสดงความเสียใจวันแรก ถือพวงหรีดมา พูดดีทุกอย่าง แต่หลังจากนั้นวันที่ 27 ธ.ค. ที่ไปโรงพัก เขานัดเราไกล่เกลี่ย ทุกอย่างไม่เป็นเหมือนที่เคยพูด ระหว่างนั้นไม่มีการเยียวยามีแค่ซองช่วยงาน 2 หมื่นบาท อีกวัน คือ วันที่ 5 ม.ค. ที่นัดไกล่เกลี่ย ไปถึงคู่กรณีไม่มา มีแต่ทนายมา

ทนายไม่พูดอะไร พูดแค่เงินตรงนี้ ว่าจะให้ 2 แสน ทนายพูดแค่นี้แล้วก็จบ ไม่อธิบายอะไรเพิ่ม โดยจนถึงตอนนี้มามาออก โหนกระแส คุณแม่ ก็ระบุว่า ไม่เคยติดต่ออะไรอีกเลยกับคู่กรณี

ส่วนประเด็นที่ว่า คู่กรณีอ้างไม่เห็นไฟท้ายรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต ตรงนี้ฝั่งผู้เสียหาย ยืนยัน ทุกคนที่ดูคลิปบอกว่าไฟท้ายมี แต่ฝั่งคู่กรณีอ้างว่า เขามองไม่เห็นไฟท้าย แม่ของคู่กรณีก็โพสต์ในเฟซบุ๊ก ภาพพจน์ดูดีมาก แต่สิ่งที่ทำไม่ใช่

โดย กรรชัย พิธีกรรายการโหนกระแสกล่าวแทรกว่ามีคนส่งข้อมูลมาบอกว่าแม่ของเด็ก 17 เป็นเจ้าของเพจดัง เห็นชื่อแล้วก็ตกใจเหมือนกัน ผมเคยเจอด้วย

นอกจากนี้ยังมีประเด็นฝั่งครอบครัวผู้เสียชีวิต ถูกสื่อหาว่าเรียกเงินคู่กรณี 5 ล้าน คุณแม่อัญชลี อธิบายเริ่มจาก คู่กรณีประเมินราคาชีวิตลูกของเธอไม่ได้ ทางตัวแม่เองก็พูดไปจำนวน 5 ล้านบาท แต่คู่กรณีพูดออกมาทันที เหมือนเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ว่าไม่มี เยอะไป

ทั้งนี้ ในมุมกฎหมาย ทนายพิสิษฐ์ ระบุ ต้องแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเรื่องตำรวจ พนักงานสอบสวนต้องรวบรวมข้อมูลและสรุปความเห็นต่างๆ ในคดีอาญาว่ากันไป ถ้าตกลงไม่ได้จริงๆ ก็เข้าสู่กระบวนการทางแพ่ง ตรงนี้แหละเป็นสองส่วน

ตามกฎหมาย คดีอาญากับคดีแพ่ง คดีอาญา เด็กถือเป็นผู้เยาว์ พ่อแม่ต้องรับผิดชอบร่วมอยู่แล้ว ในเรื่องโทษด้วย และส่วนคดีแพ่งต้องเกี่ยวข้องหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรถ หรือตัวพ่อแม่ ตัวเด็ก ถือว่าทางแพ่งก็ต้องโดน ทางอาญาก็ต้องโดน ขณะเดียวกันทนายพิสิษฐ์ ยังเปรียบให้คดีเด็ก 17 นี้ เป็นแพรวา 2 (คดีที่ขับรถชนคนตาย 9 ศพ) แพรวา 1 เป็นคดีที่ศาลใช้เวลาตัดสินนานมาก อันนี้คล้ายกันมาก

ตอนท้ายเมื่อถามคุณแม่จะเอายังไงกับคดีนี้ต่อ คุณแม่อัญชลี ระบุถ้าคู่กรณียังไม่รับผิดชอบ หรือไม่แสดงอะไรออกมาให้ชัดเจน ทางเธองเองก็จะขอดำเนินการให้ถึงที่สุด

Facebook Comments Box